Home การเมือง “นายกฯ อนุทิน” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ภายใต้คำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

“นายกฯ อนุทิน” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ภายใต้คำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

by Editor staff

ไฮไลท์การเมือง 11 มกราคม 2569 “นายกฯ อนุทิน” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ภายใต้คำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” พร้อมฝากเด็กไทยทุกคนใช้ความรู้ความสามารถแสดงออกเต็มศักยภาพ ถ้าเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ไม่ผิดศีลธรรม ก็ “ทำอย่างเต็มที่”

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 69 เวลา 10.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ. 2569 โดยมี นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ พร้อมด้วยส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ โดยกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมจัดกิจกรรมบริเวณตรงข้ามประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ริมถนนราชดำเนินนอก หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมรับประทานอาหารกับเด็ก ๆ ที่เป็นบุตรของวีรบุรุษผู้สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ใหญ่ใจดีทุกคนมีความตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับเยาวชนของชาติในการร่วมสร้างความทรงจำที่ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงสถานที่ราชการพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้ลูกหลานได้บันทึกภาพความทรงจำ อาทิ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี การทดลองเป็นโฆษกรัฐบาล และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผู้ใหญ่ใจดีได้จัดกิจกรรมโดยนำสิ่งของและการละเล่น รวมถึงอาหาร อาหารว่าง เครื่องดื่มต่าง ๆ มาร่วมให้บริการและสร้างความสนุกกับลูก ๆ หลาน ๆ ทุกคน

“วันเด็กฯ ทุกปี นายกรัฐมนตรีต้องมอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ โดยปีนี้ขอให้เด็กทุกคน “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ซึ่งเป็นคำขวัญที่เรียบง่าย จำง่าย และเด็กทุกวัยสามารถเข้าใจได้ ซึ่งคำว่า รักชาติไทย ตนเชื่อว่าเด็กไทยทุกคนมีความรักชาติอยู่แล้ว และตั้งใจประพฤติตนเป็นคนดี เคารพกฎหมาย ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ให้กับส่วนรวมเพื่อประเทศของเรา และนอกจากเราเป็นพลเมืองไทยแล้ว เรายังต้องเป็น “พลเมืองของโลก” ด้วย เพราะโลกในปัจจุบันมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามสภาพการต่าง ๆ ทำให้เราจึงต้องใส่ใจโลก ต้องมีความสามารถเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมของโลก เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม รู้เท่าทันเทคโนโลยี ต้องไม่พูดภาษาไทยแค่ภาษาเดียวหรือภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียว ขั้นต่ำต้อง 2 ภาษา เราส่งเสริมให้ลูก ๆ หลาน ๆ ต้องเข้าถึงการศึกษาที่สามารถทำให้มีความเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศ เพื่อที่จะทำให้สามารถมีโลกทัศน์ที่กว้างไกลมากยิ่งขึ้น สามารถพูดจากับชาวต่างชาติ เจรจาความต่าง ๆ กับประเทศใด ๆ ในโลกนี้ก็ได้ เพื่อนำประโยชน์และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยที่รักของเรา”

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เราต้องเคารพกติกาของโลกไม่ใช่เพียงแต่กฎหมายของไทย เมื่อโตขึ้น ขอให้เด็ก ๆ ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของโลกด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสิทธิมนุษยชน และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ตามช่วงวัยและศักยภาพของพวกเรา ดังนั้น คำว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” เราต้องร่วมกันปลูกฝังให้เด็กไทยเป็นพลเมืองที่ดีของชาติและสามารถยืนหยัดโดดเด่นได้ในฐานะพลเมืองของโลกด้วย ช่วยกันดูแลเด็กและเยาวชนให้มีความปลอดภัย เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาให้สูงที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถเล่าเรียนได้ ให้เขาอยู่ในสังคมที่เป็นมิตร สังคมแห่งความสงบ สังคมที่ใฝ่หาสันติภาพ เพื่อจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพสูง มีศักยภาพสูง สามารถนำพาประเทศไทยของเรา พัฒนาประเทศไทยของเราให้เจริญก้าวหน้า และไม่มีวันที่แพ้ประเทศใด ๆ ในโลก เพราะ “เด็กไทยทุกคนมีความสามารถ มีศักยภาพ ไม่แพ้ใครแน่นอน และเก่งทุกคน”

“ขอฝากให้เด็กไทยทุกคนได้ใช้ความรู้ความสามารถ ใครอยากทำอะไร “ทำ” ถ้าเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ไม่ผิดศีลธรรม ก็ทำอย่างเต็มที่ กล้าที่จะแสดงออก มีดีอะไรต้องเอาออกมาให้คนเขาเห็น เพื่อที่จะได้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และทำให้ทุกคนยึดถือเป็นแบบอย่าง รวมถึงบุตรของท่านวีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อชาติ ขอให้ได้นำแนวทางของท่านมาเป็นหลักในการปกป้องบ้านเมือง พัฒนาบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง” นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงท้าย

ขณะที่ในวันนี้ที่หอประชุมคุรุสภา คณะกรรมการสภานักเรียนระดับประเทศ ได้นำเสนอข้อคิดเห็นจากการหลอมรวมความคิดเห็นของประธานสภานักเรียนทั่วประเทศต่อท่านนายกรัฐมนตรีผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวคิด “TSC ทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” โดยใน “ด้านการทำความดีเพื่อชาติ” ได้แก่ 1. การทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับความคิดเห็นเพื่อประเทศชาติ 2. การจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเป็นพลเมืองวิถีประชาธิปไตยที่เข้าใจสิทธิ หน้าที่ ความโปร่งใส และความยุติธรรม 3. การพิทักษ์ทรัพยากรชาติด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า 4. การมีจิตสาธารณะเพื่อสังคมและส่งกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม ใน “ด้านการทำความดีเพื่อศาสนา” ได้แก่ 1. การปฏิบัติตนโดยส่งเสริมให้ศาสนิกชนได้นำศาสนกิจมาใช้ในชีวิตประจำวัน 2. การเผยแพร่ รักษา และส่งต่อหลักธรรมคำสอนที่ถูกต้อง 3. การดูแลทำนุบำรุงศาสนสถานและผู้นำทางศาสนาและ 4. การสืบสาน รักษา ประเพณี และพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนาส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ทำให้หลักธรรมของศาสนาเข้าถึงง่ายและสนองตอบชีวิตประจำวันเพื่อเป็นรากฐานการแก้ไขปัญหาสังคมและสร้างพลังบวกให้กับประเทศชาติ และ “ด้านการทำความดีเพื่อพระมหากษัตริย์” ผ่านกิจกรรม “TSC ภักดีด้วยหัวใจ” ผ่านแพลตฟอร์มสมัยใหม่ที่เข้ากับชีวิตเด็กรุ่นใหม่ รวมถึงกิจกรรมในโรงเรียน ได้แก่ 1. การน้อมนำแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการสร้างความมั่นคงในชีวิต 2. การพัฒนาทักษะชีวิตโดยฝึกฝนตนเองให้มีวินัยในงานที่ทำและสามารถประกอบอาชีพได้ 3. การเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญของชาติ และ 4. การน้อมนำพระราชดำริ และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตตนเอง

Advertisement

Related Articles

Leave a Comment

Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?
-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00