Home BREAKING NEWS ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ พาสื่อต่างชาติ เปิดรังสแกมเมอร์ “โอร์เสม็ด–ช่องจอม”

ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ พาสื่อต่างชาติ เปิดรังสแกมเมอร์ “โอร์เสม็ด–ช่องจอม”

by Editor staff

ไฮไลท์การเมือง 12 มีนาคม 2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ พาสื่อต่างชาติ เปิดรังสแกมเมอร์ “โอร์เสม็ด–ช่องจอม” หลักฐานชัดคอมเพล็กซ์หลอกเงินโลก สื่อไทย–เทศลงพื้นที่เห็นของจริง

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ถูกระบุว่าเป็นภัยคุกคามระดับโลก บริเวณพื้นที่โอร์เสม็ด ใกล้ช่องจอม พบอาคารกว่า 160 หลัง แบ่งโซนปฏิบัติการ โดยเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีอาคารมากกว่า 160 หลัง แบ่งออกเป็นโซน A ถึง G ซึ่งพื้นที่นี้อยู่ในเขตที่ฝ่ายไทยสามารถควบคุมได้

จุดแรกได้เข้าไปตรวจสอบคือ อาคารสีเหลืองในโซน A ลักษณะเป็นอาคารสูง 6 ชั้น รูปภายนอกลักษณะคล้ายคอนโดมิเนียมพักอาศัย แต่สภาพทั้งภายนอกและภายใน เสียหายหลายจุดจากเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา ปะทะกันเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.68

เจ้าหน้าที่ได้พาสื่อมวลชนขึ้นตรวจสอบตั้งแต่ชั้น 2 ถึงชั้น 6 พบว่าภายในอาคารถูกแบ่งออกเป็นห้องขนาดเล็กจำนวนมาก โดยมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน เช่น ห้องพักที่มีเตียงสองชั้น คาดว่าใช้เป็นที่พักของผู้ปฏิบัติงานประมาณ 10 คนต่อห้อง

ห้องทำงานที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เอกสาร และข้อความสนทนาที่ใช้หลอกลวงเหยื่อ เครื่องแบบตำรวจปลอมจากหลายประเทศ

บางห้องถูกจัดฉากให้เหมือนสถานีตำรวจ และธนาคาร ของประเทศต่าง ๆ เพื่อใช้วิดีโอคอลหลอกเหยื่อให้โอนเงิน โดยมีการติดป้ายระบุประเทศ เช่น “ห้องตำรวจจีน” ภายในถูกจำลองเป็นสถานีตำรวจ พร้อมข้อความภาษาจีน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า อาคารแห่งนี้ถูกใช้ทุกห้อง และแบ่งพื้นที่เป็นโซนตามประเทศ เปรียบเสมือน “คอมเพล็กซ์สแกมเมอร์” ที่มีทั้งที่พัก ที่ทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรสำหรับขบวนการหลอกลวงออนไลน์

พล.อ.อ.ประภาส เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบหลักฐานชัดเจนว่า พื้นที่โอร์เสม็ด เป็นฐานปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วโลก จึงต้องการให้สื่อมวลชนเห็นข้อเท็จจริงและนำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ

กรณีที่สื่อกัมพูชารายงานว่า ผู้นำกัมพูชาปฏิเสธการเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์และธุรกิจสีเทา พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า แม้จะปฏิเสธการเกี่ยวข้อง แต่พื้นที่ดังกล่าวมีผลประโยชน์จำนวนมาก จึงควรยอมรับว่าปัญหาเกิดขึ้นจริง และควรร่วมมือกันแก้ไข

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินการสอดคล้องกับข้อ 10 ในถ้อยแถลงร่วมระหว่างสองประเทศ ที่ระบุถึงความร่วมมือในการลดศักยภาพหรือทำลายเครือข่ายอาชญากรรมในพื้นที่

สำหรับอนาคตของอาคารในพื้นที่ดังกล่าว พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า หากเป็นแหล่งปฏิบัติการของสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นภัยต่อประชาชนทั่วโลก ก็ไม่ควรนำกลับมาใช้งานอีก “เมื่อเป็นรังสแกมเมอร์ที่คุกคามคนทั้งโลก ก็ทำลายทิ้งเสีย แล้วอย่าใช้ต่อ”

Advertisement

Related Articles

Leave a Comment

Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?
-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00