Home การเมือง “รมช.คมนาคม” แจงสภาฯ รัฐบาลเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นทางออกวิกฤตเดินเรือโลก

“รมช.คมนาคม” แจงสภาฯ รัฐบาลเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นทางออกวิกฤตเดินเรือโลก

by Editor staff

ไฮไลท์การเมือง 30 เมษายน 2569 รมช.คมนาคม แจงกระทู้ถามสดสภาฯ โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นทางออกวิกฤตเดินเรือโลก ย้ำเป็นเวลาที่ใช่ คุ้มค่า ลดเวลาผ่านช่องแคบมะละกาได้ถึง 5 วัน

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ในช่วงการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ สส.จังหวัดภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถึงกรณีโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาชี้แจงแทน

น.ส.อรทัย ถามถึงความชัดเจนในการรื้อฟื้นโครงการแลนด์บริดจ์ที่เคยเงียบหายไปจากข้อคัดค้านด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดรัฐบาลจึงเร่งผลักดัน ทั้งที่ไม่มีในคำแถลงนโยบาย ขณะที่การแก้ปัญหาวิกฤตอื่นยังไม่เป็นรูปธรรม ขณะที่ผลการศึกษาจากศูนย์บริการวิชาการจุฬาลงกรณ์ ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่าโครงการ 30 ปีไม่สามารถคืนทุนได้ มีค่าผลตอบแทนที่คาดว่าเราจะได้จากการลงทุน (NPV) และ ผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) ติดลบ แต่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กลับระบุว่าจะคืนทุนได้ภายใน 24 ปีและมีค่า NPV เป็นบวก จึงขอทราบที่มาของตัวเลขจาก สนข. ที่ยังขาดความชัดเจนเรื่องฐานลูกค้าและการดึงส่วนแบ่งจากช่องแคบมะละกา หากการลงทุนล้มเหลวและไม่คุ้มค่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สาเหตุที่หยิบยกโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นมา เนื่องจากมีสถิติการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา 90,000 ลำต่อปี และคาดว่าในปี 2030 จะมีเรือผ่านช่องแคบนี้ 110,000 ลำต่อปี ทำให้เกิดความแออัด ขณะเดียวกันส่วนที่แคบที่สุด ซึ่งกว้างเพียง 2.8 กิโลเมตร มักเกิดอุบัติเหตุ แสดงให้เห็นความแออัด แม้จะเป็นการคาดการณ์ในอดีต แต่สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางปัจจุบัน ทุกคนเห็นตรงกันว่าจะต้องมีเส้นทางคมนาคมที่เป็นทางเลือก ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยเคยมีการพูดคุยเรื่องการขุดคลองไทยและโครงการแลนด์บริดจ์ และมีความเห็นตรงกันว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะมีความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่า

ส่วนที่จะต้องเป็นเวลานี้ เนื่องจากเป็นเวลาที่ใช่ วันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น หากเป็นแลนด์บริดจ์จะประหยัดเวลาการเดินทางข้ามจากอ่าวไทยไปทะเลอันดามัน ประหยัดเวลาในการเดินทางผ่านช่องแคบมะละกาไป 5 วัน ดังนั้น เวลานี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนนโยบาย

นายสิริพงศ์ ยอมรับว่า ในอดีต สนข. เคยทำข้อมูล FIRR ต่ำ และร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมระดับโลกจากเนเธอร์แลนด์ ที่ประสบการณ์ในการวิเคระห์มาเป็น 140 ปี มีเครือข่ายสำนักงาน 68 แห่งใน 27 ประเทศทั่วโลก วันนี้ FIRR ของ สนข. เปลี่ยนไป เป็น 11.87% ซึ่งเราพิจารณาดูแล้วมีความน่าสนใจที่จะลงทุน และเป็นโครงการที่เรามุ่งหวังว่าจะเป็นโครงการแบบ PPP หรือโครงการร่วมระหว่างรัฐกับเอกชน เชื่อว่าจะไม่เป็นภาระด้านงบประมาณมากเกินไป

จากนั้น น.ส.อรทัย สอบถามถึงผลกระบทบทางสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่จังหวัดระนอง และชุมพร ที่นักวิชาการออกมาระบุว่า EHIA กับ EHIA ที่อยู่ในโครงการกับที่มีการสำรวจจริงต่างกันอย่างมหาศาล จึงอยากถามว่าจะมีการสำรวจ EHIA ใหม่ก่อนการตัดสินใจลงทุนในโครงการนี้หรือไม่ และจะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่ใช่ข้อมูลด้านเดียว แต่เป็นข้อมูลที่ประชาชนยอมรับ และมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมให้โครงการอยู่คู่กับคนในพื้นที่ได้

นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า ทุกครั้งที่มีการก่อสร้างโครงการที่เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศจะมีข้อถกเถียงที่มีความสำคัญ เพราะส่งผลต่อระบบนิเวศที่จะเปลี่ยนแปลง เป็นธรรมดาของทุกโครงการ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ซึ่งตนทราบดีว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีข้อโต้แย้งจากในหลายๆ ส่วน ทั้งประเด็น EIA และ EHIA ที่รัฐบาลจะต้องทำให้ครบถ้วน และทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้ ที่ในอนาคตที่เราจะเรียกว่า SEC

สิ่งเหล่านี้ต้องเกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ โดยกระบวนการเริ่มต้นจะต้องทำ พ.ร.บ.SEC ก่อน ส่วนที่อาจมีข้อกังวลว่าชาวต่างชาติจะถือครองที่ดินเกินกว่าคนไทยหรือไม่ ในความเป็นจริงเราจัดสรรพื้นที่ให้คนไทยและคนต่างประเทศได้มีโอกาสลงทุน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการสร้างเศรษฐกิจใหม่ การจ้างงานรูปแบบใหม่ ถ้าวันนี้เรามีทางออกทางทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย จะมีอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อการส่งออกมากมายเพียงใด

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงอาชีพที่สงวนให้กับคนไทยในพื้นที่เท่านั้น ขอขอบคุณในความเป็นห่วง ยืนยันว่ารัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้เพื่อให้เกิด New S-Curve ใหม่ ของคนไทย ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภาคใต้ ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้หลุดไป ขอให้ประชาชนในพื้นที่สบายใจได้

จากนั้น น.ส.อรทัย ยังระบุว่า อยากให้รัฐมนตรีเน้นย้ำอาชีพสงวนที่จะไม่ปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาแย่งงาน รวมถึงบทลงโทษ ขณะเดียวกันจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยไม่ตกเป็นเป้าและเป็นพื้นที่การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ รวมทั้งการเวนคืนที่ดินของประชาชนในพื้นที่ชุมพรและระนองที่จะถูกมอบไปให้เป็นสัมปทานของชาวต่างชาติ และอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลไทย ทำให้คนไทยไม่รู้สึกว่าถูกชาวต่างชาติรุกล้ำ

นายสิริพงศ์ ยังเน้นย้ำในส่วนของระยเวลาขนถ่ายสินค้าของโครงการแลนด์บริดจ์ที่ใช้เวลา 5 วัน ว่า สำหรับคนปกติอาจจะเป็นระยะเวลาแค่ 5 วัน แต่ในสถานการณ์ที่เรือไม่สามารถแล่นผ่านได้ระยะเวลา 5 วัน มีความสำคัญ

ส่วนกรณีสัมปทานให้กับชาวต่างชาติ 50 ปีนั้นยืนยันว่าต่างจาก 99 ปี เพราะหากไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข จึงจะมีสิทธิ์ที่จะขอต่อสัญญาได้ และเพื่อให้เกิดความมั่นใจรัฐบาลได้เปิดตั้งกองทุนให้ผู้ได้รับสัมปทานต้องสมทบเข้ากองทุนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ SEC เชื่อว่าสิ่งนี้จะสร้างความอุ่นใจให้กับคนในพื้นที่ได้ ขณะเดียวกันการเวนคืนที่ดินเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการจัดสรรเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด และย้ำว่า เรื่องการแข่งขันทางภูมิเศรษฐศาสตร์ ไทยมีจุดแข็งในการรักษาสถานภาพความเเป็นกลางในการต่อสู้กันของขั้วอำนาจเศรษฐกิจ

Advertisement

Related Articles

Leave a Comment

Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?
-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00