ไฮไลท์การเมือง 28 เมษายน 2569 “สีหศักดิ์” ย้ำ กัมพูชา หยุดยิงแล้วควร “หยุดยั้งสงครามวาจา” บนเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่ “ปธ.อาเซียน” พร้อมช่วยก้าวข้ามความขัดแย้ง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน – สหภาพยุโรป และการหารือทวิภาคี ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม ในวันนี้ (28 เม.ย.) ว่า จากสถานการณ์โลกในขณะนี้ทั้งความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ไปจนถึงสงครามในอิหร่าน และสงครามในฉนวนกาซา สหภาพยุโรปเริ่มเล็งเห็นความสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น โดยสหภาพยุโรปมองความเป็นหุ้นส่วนกับอาเซียนมากกว่าแค่ความร่วมมือ 2 ฝ่าย แต่จะต้องมีจุดยืนร่วมกันเพื่อปกป้องสันติภาพและคงไว้ซึ่งระเบียบโลกที่ยึดกติการะหว่างประเทศ ไม่ใช่การใช้กำลังหรืออำนาจในการแก้ไขปัญหา
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวว่า ในวันนี้ได้หารือทวิภาคีกับประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญพร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองในหลากหลายประเด็นร่วมกัน อาทิ การหารือทวิภาคีร่วมกับนางสาวมาเรีย เทเรซ่า พี ลาซาโร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเนื่องในโอกาสที่ปีนี้ฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียนได้สอบถามความต้องการกับฝ่ายไทยว่า ฟิลิปปินส์สามารถมีส่วนร่วมหรือช่วยเหลืออะไรได้บ้างในความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งนี้ โดยไทยยืนยันว่า ไทยกำลังมองไปข้างหน้า
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึง การหารือทวิภาคีกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชาเมื่อวานนี้ (27 เม.ย.) เพิ่มเติมว่า ฝ่ายไทยได้ย้ำว่าเมื่อการหยุดยิงเกิดขึ้นแล้ว “การหยุดยั้งสงครามวาจา” โดยเฉพาะบนเวทีระหว่างประเทศควรเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเคยได้ตกลงไว้ เพราะหากต้องการเดินหน้าในความสัมพันธ์การสร้างบรรยากาศที่ดีจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการหยุดยิงฝ่ายไทยยับยั้งทุกอย่าง แต่ในบางครั้งหากไทยถูกกล่าวหาก็เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้เช่นกัน อย่างการประชุม JBC ที่ยังไม่ได้ตกลงร่วมกันรวมถึงยังไม่ผ่านกระบวนการภายใน แต่ฝ่ายกัมพูชาได้ประกาศวันประชุมออกมาโดยที่ไทยไม่ทราบมาก่อนและยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ สงครามวาจาเช่นนี้มองว่าฝ่ายกัมพูชาควรยับยั้งด้วยเช่นกันแล้วหันมาสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน หรือการตกลงความร่วมมือชายแดนว่ามีสิ่งใดสามารถทำได้หรือไม่ในเชิงสร้างสรรค์ อาทิ การปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นและเมื่อความสัมพันธ์ดีขึ้นจึงจะสามารถเดินทางในหลายเรื่องต่อไปได้
ขณะที่การหารือทวิภาคีกับ ดร. วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องเมียนมา เป็นสิ่งที่ถูกนำมาพูดถึง ได้ถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับจากการเดินทางเยือนเมียนมาและเข้าพบ มิน อ่อง ไหล่ ในฐานะประธานาธิบดีของเมียนมาให้กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ทราบ ซึ่งฝ่ายสิงคโปร์ เน้นย้ำความสำคัญของความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในเมียนมา และได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นนี้ ซึ่งไทยเห็นด้วยแก้ไขปัญหาภายในเมียนมาและอยากเห็นเมียนมาเดินอยู่ในเส้นทางแห่งสันติภาพ ขณะเดียวกันในที่ประชุมอาเซียนก็ยังคงสถานะของเมียนมาเช่นเดิม คือ การไม่เชิญผู้แทนหรือผู้นำของเมียนมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน แต่อาเซียนก็ยินดีที่จะเปิดพื้นที่สำหรับเมียนมามากขึ้นเช่นเดียวกัน
Advertisement


