28 มิถุนายน 2569 รัฐบาลเดินหน้า “ทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง” คาด เข้า ครม. ไตรมาส 4 ปี 2569 ลดค่าผ่านทางช่วยประชาชน ยืนยันคงมาตรฐานความปลอดภัย
วันนี้ (28 มิถุนายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านคมนาคมทางน้ำและการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต พร้อมรับฟังความคืบหน้าและแนวทางการดำเนินโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง โดยมีนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต เขต 2 นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำว่า โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการยกระดับระบบคมนาคมของจังหวัด ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ลดระยะเวลาการสัญจร รองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดในอนาคต พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยว โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความปลอดภัยเป็นสำคัญ ทั้งนี้ จากข้อมูลการศึกษารายละเอียดของโครงการมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 หากได้รับความเห็นชอบ จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างทันที โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง เป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่เรียกร้องและรอคอยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง และยกระดับศักยภาพด้านคมนาคมของจังหวัดภูเก็ต รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน จึงมอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยศึกษาความเหมาะสมในการปรับลดอัตราค่าผ่านทาง โดยกำหนดอัตราเบื้องต้น ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 10 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 20 บาท รถ 6–10 ล้อ 40 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 60 บาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เน้นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
Advertisement


