Home การเมือง นายกฯ เปิด Workshop ความมั่นคงระดับพื้นที่ ย้ำ “นายอำเภอ–ผู้กำกับ” ต้องเป็นทีมเดียวกัน

นายกฯ เปิด Workshop ความมั่นคงระดับพื้นที่ ย้ำ “นายอำเภอ–ผู้กำกับ” ต้องเป็นทีมเดียวกัน

by Editor staff

ไฮไลท์การเมือง 13 สิงหาคม 2569 นายกฯ เปิด Workshop ความมั่นคงระดับพื้นที่ ย้ำ “นายอำเภอ–ผู้กำกับ” ต้องเป็นทีมเดียวกัน ใช้ One Data แก้ปัญหาตรงจุด

วันนี้ (13 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออก) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยผู้เข้าร่วมงานได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นรับชมวีดิทัศน์สรุปผลการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลของกระทรวงมหาดไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า งานด้านความมั่นคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจและมีความกังวลเป็นลำดับต้น ๆ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นย่อมสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างในการดูแลประชาชน ขณะที่ปัญหาความมั่นคงในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น การทำงานของภาครัฐจึงต้องปรับตัว และไม่สามารถดำเนินงานแบบแยกส่วนได้อีกต่อไป

นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงภายในประเทศ ภายใต้หลัก “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยเน้นการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่ พร้อมย้ำว่า “นายอำเภอกับผู้กำกับต้องเป็นทีมเดียวกัน” และทั้ง “ทีมจังหวัด” และ “ทีมอำเภอ” ต้องทำงานเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการทำงานของ “ทีมอำเภอ” นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน หรือ One Data เพื่อให้ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบัน ถูกต้อง และตรงกัน โดยนำข้อมูลมารวบรวม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ร่วมกัน เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ แต่ละพื้นที่ต้องทราบอย่างชัดเจนว่าจุดเสี่ยงอยู่ที่ใด ปัญหาหลักคืออะไร และหน่วยงานหรือบุคคลใดเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากแต่ละอำเภอมีสภาพปัญหาแตกต่างกัน ทั้งปัญหายาเสพติด ผู้มีอิทธิพล อาชญากรรมออนไลน์ อาวุธปืน และปัญหาเฉพาะพื้นที่ จึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญและกำหนดแนวทางแก้ไขให้ตรงกับสภาพปัญหา

ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลได้เดินหน้า Operation 90 Days หรือ “ยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลตามเป้าหมาย

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาอาวุธปืนอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่อง ตรวจค้น และจับกุมการพกพาอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมถึงขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยชะลอการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) สำหรับประชาชนทั่วไป เนื่องจากอาวุธปืนเป็นสิ่งที่มีอันตรายร้ายแรง และประชาชนทั่วไปไม่มีหน้าที่ต้องนำอาวุธปืนไปใช้ในการปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด โดยเน้นการตรวจค้นอาวุธปืนเป็นสำคัญ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความระมัดระวัง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความพร้อมและความเข้มงวด และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นายกรัฐมนตรียังระบุว่า ได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืนฉบับใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีเครื่องมือทางกฎหมายที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและองค์กรอาชญากรรม นายกรัฐมนตรีกำชับให้ดำเนินการอย่างจริงจังและขยายผลให้ถึงผู้บงการ ผู้สนับสนุน ตลอดจนผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลัง ภายใต้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” กล่าวคือ ไม่ยึดติดกับชื่อหรือสถานะของบุคคล แต่พิจารณาจากพฤติการณ์ หากพบว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามหลักนิติธรรม

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับไม่ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา หากตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือ หรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้กระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพ โดยกำหนดให้งานด้านความมั่นคงต้องมีเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน สามารถประเมินผลได้ ทั้งในด้านการลดปัญหา การยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติงานของภาครัฐ

“การประชุม Workshop ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการมารับมอบนโยบาย แต่ขอให้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่วิธีคิด การวางโครงสร้างการทำงานระหว่างนายอำเภอกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร การใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน การวิเคราะห์ปัญหา การกำหนดเป้าหมาย และการนำแนวทางที่ได้กลับไปปฏิบัติจริงในพื้นที่”

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำหลักการสำคัญในการทำงานว่า “ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน วิเคราะห์ปัญหาให้แม่นยำ ทำงานเป็นทีม บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และวัดผลเพื่อปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง” เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น และเกิดความเชื่อมั่นต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

ภายหลังเสร็จสิ้นการมอบนโยบาย นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับผู้เข้าร่วมงาน และเยี่ยมชมนิทรรศการการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ รุ่นที่ 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออก) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีผู้เข้าร่วมจาก 25 จังหวัด ครอบคลุม 209 อำเภอ และ 355 สถานีตำรวจภูธร รวมทั้งสิ้น 564 คน

Advertisement

Related Articles

Leave a Comment

Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?
-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00